|
ข้อบังคับ
ของ
สมาคมสโมสรฟุตบอลขอนแก่น
หมวดที่ 1
ความทั่วไป
ข้อที่ 1. สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมฟุตบอลขอนแก่น
ข้อที่ 2. เครื่องหมายของสมาคม
ข้อที่ 3. สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ ณ 179/137 ถ.ประชาสโมสร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น
ข้อที่ 4. วัตถุประสงค์ของสมาคม
- เพื่อพัฒนากีฬาฟุตบอลในจังหวัดขอนแก่น
- เพื่อบริการวิชาการทางกีฬาฟุตบอลแก่สาธารณะ
- เพื่อส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ
- เพื่อบำเพ็ญประโยชน์เป็นสาธารณกุศล
หมวด 2
สมาชิก
ข้อที่ 5 สมาชิกของสมาคม มี 2 ประเภทคือ
5.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคล หรือชมรม หรือนิติบุคคล ที่จัดตั้งขึ้นทุกประเภทสมัครเข้าเป็นสมาชิกโดยเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก
และเสียค่าบำรุงเป็นรายปี และมีสิทธิ์เข้ารับการเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารของสมาคม
5.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ผู้ทรงเกียรติ หรือผู้ทรงคุณวุฒิติหรือผู้มีอุปการะคุณแก่สมาคมหรือนิติบุคคล ซึ่งคณะกรรมการบริหารสมาคมลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม
ข้อที่ 6 คุณสมบัติของสมาชิก จะต้องประกอบด้วย
6.1 มีอายุครบ 18 ปี บริบูรณ์
6.2 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
6.3 ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ ตามกฎหมาย ระเบียบการเข้ารับราชการ
6.4 ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
วิกลจริต หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นแต่ความผิดโดยประมาทหรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดดังกล่าวจะต้องเป็น
ในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น
ข้อที่ 7 ค่าทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม
7.1 สมาชิกสามัญ จะต้องเสียค่าลงทะเบียน 20 บาท (ยี่สิบบาทถ้วน) ค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปีละ 100 บาท (หนึ่งร้อยบาทถ้วย)
7.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียนและบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น
ข้อที่ 8 การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการและเลขาธิการตรวจสอบคุณสมบัติแล้วเสนอต่อคณะกรรมการสมาคมพิจารณาต่อไป
ข้อที่ 9 ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกให้ผู้สมัครชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงของสมาคมให้เสร็จ
ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขาธิการ และสมาชิกภาพของผู้สมัครให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียน
และค่าบำรุงสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงภายในกำหนด ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้น
เป็นการ ยกเลิก
ข้อที่ 10 สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญ
เข้าเป็นสมาชิกของสมาคมได้มาถึงยังสมาคม
ข้อที่ 11 สมาชิกภาพของสมาชิก ให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้
11.1 ตาย
11.2 ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ และสมาชิก ผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย
11.3 ขาดสุณสมบัติสมาชิก (ข้อที่ 6 )
11.4 ไม่ชำระเงินค่าบำรุงสมาคม ติดต่อกัน 2 ปี
11.5 ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรือคณะกรรมการได้พิจารณาเห็นว่าการกระทำของสมาชิกนั้นเป็นการไม่สมควร
และลงมติให้ลบชื่อของสมาชิก
ข้อที่ 12 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
12.1 มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน
12.2 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของสมาคมต่อคณะกรรมการ
12.3 มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ที่สมควรวัดให้มีขึ้น
12.4 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
12.5 มีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม และมีสิทธิหรือยกเลิกลงมติต่าง ๆ
ในที่ประชุมคนละ 1 คะแนนเสียง
12.6 มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม
12.7 มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกัน โดยทำเป็นหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้ตามกฎหมาย
12.8 มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติและข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
12.9 มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
12.10 มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานต่าง ๆ ของสมาคม
12.11 มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
12.12 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
หมวด 3
การดำเนินการกิจการของสมาคม
ข้อที่ 13 ในวาระแรกเริ่ม ให้ผู้เข้าร่วมประชุมเริ่มการจัดตั้งสมาคมฟุตบอลขอนแก่น เป็นผู้เลือกตั้ง คณะกรรมการบริหารสมาคม
คณะหนึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า 9 คน อย่างมากไม่เกิน 19 คน คณะกรรมการนี้ได้มาจากสมาชิกเลือกตั้งจากสมาชิกที่ประชุมใหญ่
ของสมาคม และให้ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ เลือกตั้งนายก สมาคม 1 คน และอุปนายก 5 คน สำหรับกรรมการในตำแหน่งอื่นๆให้นายกสมาคม
เป็นผู้แต่งตั้ง ผู้ที่ได้รับเลือกตั้ง จากที่ประชุมใหญ่ เข้าดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ของสมาคมตามที่กำหนดไว้ซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขป ดังนี้
13.1 นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคมเป็นผู้แทนสมาคม ในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริหารและการประชุมใหญ่ชองสมาคม
13.2 อุปนายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการของสมาคม ปฏิบัติตามหน้าที่ที่นายกสมาคม
ได้มอบหมาย
และทำหน้าที่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคมให้อุปนายกตามลำดับ
ตำแหน่งเป็นผู้ทำการแทน
13.3 เลขาธิการสมาคม ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคม และปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆของสมาคม
13.4 เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีบุคคลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ
13.5 ปฏิคม มีหน้าทีในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคม
และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่าง ๆ
ของสมาคม
13.6 นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก
13.7 ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสี่ยงเกียรติคุณของสมาคม ให้สมาชิก และบุคคลทั่วไปให้เป็นที่ รู้จักแพร่หลาย
13.8 กรรมการตำแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้น โดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการข้างต้นแล้ว จะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนด ตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง
ข้อที่ 14 คณะกรรมการของสมาคม ให้มีวาระในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ การดำรงตำแหน่งกรรมการสมาคมเกิน 2 วาระติดต่อกันจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อกรรมการผู้นั้น ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
แต่ทั้งนี้กรรมการผู้นั้นจะดำรง ตำแหน่งกรรมการของสมาคมเกินกว่า 4 วาระมิได้ เมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดวาระรักษาการไปพลางก่อน จนหว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน 30 วันนับแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ
ข้อที่ 15 ตำแหน่งกรรมการสมาคมถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมการสมาคม แต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็น สมควรเจ้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่านั้นวาระ ของผู้ที่แทนเท่านั้น
ถ้าวาระที่เหลือน้อยกว่า 90 วัน จะไม่แต่งตั้งแทนก็ได้
ข้อที่ 16 คณะกรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระ ด้วยเหตุผลต่อไปนี้
16.1 ตาย
16.2 ลาออก
16.3 ขาดจากสมาชิกภาพ
16.4 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง
ข้อที่ 17 กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อเลขาธิการและให้พ้น
จากตำแหน่ง
เมื่อคณะกรรมการมีมติให้ลาออก
ข้อที่ 18 อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
18.1 มีอำนาจออกระเบียบต่าง ๆเพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้น จะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
18.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
18.3 มีอำนาจแต่งตั้งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์หรือกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้แต่ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน
วาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
18.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
18.5 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับ
18.6 มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคมเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจ อื่น ๆที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับ
18.7 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจน มีอำนาจอื่น ๆตามที่ข้อ บังคับกำหนดไว้
18.8 มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญ จำนวน 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมดได้เข้าชื่อร้อง
ขอให้จัดประชุมใหญ่
วิสามัญขึ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
18.9 มีหน้าที่จัดทำเอกสารต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สิน และการดำเนินงานกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
18.10 จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ
18.11 มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้
ข้อที่ 19 คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีเรื่องราวที่จะต้องปรึกษาเกี่ยวกับกิจชองสมาคมโดยให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งเชิญประชุมตามแต่จะเห็นสมควร
ข้อที่ 20 การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของคณะกรรมการทั้งหมด จึงถือว่าครบองค์ประชุมคณะกรรมการมติที่ประชุมถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดเป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงช้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อที่ 21 ในการประชุมคณะกรรมการถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติ
หน้าที่ได้ก็ให้ที่ประชุมกรรมการที่เข้าประชุมคนใดๆ คนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น
ข้อที่ 22 การประชุมใหญ่ของสมาคมมี 2 ประเภทคือ
22.1 ประชุมใหญ่สามัญ
22.2 ประชุมใหญ่วิสามัญ
ข้อที่ 23 คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆ ละ 1 ครั้งภายในเดือน พฤษภาคม ของทุกปี
ข้อที่ 24 การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นได้โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นสมควรจัดให้มีขึ้นหรือเกิดขึ้นด้วยการ เข้าชื่อร่วมกันของสมาชิก
ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมดร้องต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น
ข้อที่ 25 การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า
ไม่น้อยกว่า 7 วันและประกาศแจ้งกำหนดประชุมไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนถึงกำหนดนัดประชุมใหญ่
ข้อที่ 26 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
26.1 แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
26.2 แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกทราบ
26.3 เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เมื่อครบกำหนดวาระ
26.4 เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
26.5 เรื่อง อื่น ๆ (ถ้ามี)
ข้อที่ 27 การประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือการประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมก็ให้อยู่ในดุลพินิจของ
ผู้เข้าประชุมคราวนั้น
ข้อที่ 28 การลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่ถ้าข้อบังคับไม่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียง
ที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อที่ 29 การประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคม และอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุม
คนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น
หมวด 4
การเงินและทรัพย์สิน
ข้อที่ 30 สมาคมมีรายได้ดังนี้
30.1 เงินอุดหนุนจากการสมาคมกีฬาจังหวัดขอนแก่น
30.2 ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
30.3 เงินบริจาค
30.4 รายได้อื่นๆ
ข้อที่ 31 การเงินและทรัพย์สินทั้งหมด ให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมถ้ามี
ให้นำฝากไว้ที่ธนาคาร...จำกัด (มหาชน) สาขา................................
ข้อที่ 32 การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม เหรัญญิก เลขาธิการหรือผู้ช่วย เลขาธิการ
ลงนาม 2 คน พร้อมกับประทับตราของสมาคม จึงจะถือว่าใช้ได้
ข้อที่ 33 ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ ครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)
ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ และคณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายได้ครั้งละไม่เกิน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านี้ ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม
ข้อที่ 34 ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินของสมาคมได้ไม่เกิน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านี้ต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้
ข้อที่ 35 เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับ หรือจ่ายเงินทุกครั้งจะต้องมีหลักฐาน
เป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ทำการแทนร่วมกัน
ข้อที่ 36 ผู้สอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการปรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมและจำต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต
ข้อที่ 37 ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่ ที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถจะเชิญกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม
เพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้
ข้อที่ 38 คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชีเมื่อได้รับการร้องขอ
หมวด 5
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม
ข้อที่ 39 ข้อบังคับของสมาคม จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้นและองค์ประชุมจะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับจะต้องคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญ
ที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
ข้อที่ 40 การเลิกสมาคม จะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคมยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมายมติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิก
สมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกที่มาเข้าร่วมประชุมทั้งหมด และ องค์ประชุมใหญ่
จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด
ข้อที่ 41 เมื่อสมาคมต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อย แล้วให้ตกเป็นของสมาคมกีฬาจังหวัดขอนแก่น โดยให้คณะกรรมการสมาคมกีฬาจังหวัดขอนแก่น พิจารณาให้ใช้เป็นประโยชน์
ในการส่งเสริมกีฬาของจังหวัด
หมวด 6
บทเฉพาะกาล
ข้อที่ 42 ข้อบังคับนี้ ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป
ข้อที่ 43 เมื่อสมาคมไดรับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการจัดตั้งทั้งหมดเป็น สมาชิกสามัญ
|